ด้วยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.๒๕๕๑ ได้กำหนดโครงสร้างการบริหารการปกครองของประเทศ โดยในระดับหมู่บ้านซึ่งเป็นหน่วยการปกครองที่เล็กสุดในระดับพื้นที่ ให้มีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เป็นกลไกบริหารและพัฒนาหมู่บ้าน และได้ปรับปรุงโครงสร้างของ กม. ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้นและมีองค์ประกอบครอบคลุมทุกกลุ่มกิจกรรมในหมู่บ้าน โดยกำหนดให้ กม. มีที่มาประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ส.อบต./ส.ท./ส.อบจ.) ผู้นำกลุ่มองค์กรที่จัดตั้งโดยภาครัฐและประชาชน รวมทั้งผู้นำธรรมชาติ ปราชญ์ชาวบ้านและประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและบริหารกิจกรรมที่ดำเนินการในหมู่บ้านร่วมกับองค์กรอื่นทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายทุกระดับให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมสร้างความต่อเนื่องของกิจกรรม นำไปสู่หมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนและรองรับการพัฒนาประเทศในทุกมิติในอนาคต
จังหวัดนครศรีธรรมราชเห็นว่า กม. ถือเป็นกลไกของหมู่บ้านที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนทุกภารกิจของทั้งรัฐบาล กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสู่ประชาชน เพราะ กม. อยู่ใกล้ชิดประชาชน สามารถรู้ข้อมูล รู้ปัญหาและความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการแนวทางปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. ให้เป็นรูปธรรมตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแล้ว เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ดังนั้น เพื่อแสดงเจตจำนงและความตั้งใจมุ่งมั่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยหน่วยราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น รวมทั้งภาคประชาสังคมและภาคประชาชน จะบูรณาการทำงานอย่างจริงจังเพื่อสร้างฐานรากคือหมู่บ้านให้เข้มแข็งยั่งยืน โดยใช้คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) เป็นกลไกขับเคลื่อนในระดับหมู่บ้าน จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดกับหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ นายอำเภอและภาคประชาสังคมในจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้น รายละเอียดตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่แนบ